Bujinkan budo taijutsu, บูจินกัน บูโด ไทจัสสึ ศิลปะการต่อสู้ที่สอนเราได้มากกว่าวิชาการต่อสู้
วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557
Good leader in bujinkan
หลายวันก่อนได้อ่าน บทความบทหนึ่งเกี่ยวกับการเป็นผู้นำแปลคร่าว ๆ ได้ประมาณนี้
"ผู้นำที่ดี คือผู้ืที่สามารถพัฒนาตนเอง และช่วยให้ผู้อื่น สามารถพัฒนาตนเองได้
แต่การเป็นผู้นำที่ดีกว่า คือพัฒนาให้ผู้อื่น สามารถเป็นผู้นำได้ด้วย "
ในบูจินกันเองก็เช่นเดียวกัน
ศิลปะการต่อสู้หลาย ๆ วิชานั้น มักมีการแบ่งระดับสายให้กับผู้เข้ารับการฝึก สำหรับบูจินกันเองก็เช่นกัน มีระดับก่อนสายดำ 9 ลำดับ และลำดับสายดำอีก 15 ลำดับ คนทั่วไปส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการฝึกเห็นว่าได้สายดำก็เข้าใจว่าเก่งแล้ว แต่จริง ๆ นั้นไม่ใช่ เพราะอย่างที่ทราบสายดำยังแบ่งอีก 15 ลำดับ
ยกตัวอย่างวิชาทั่วไปที่คนไทยเรารู้จักกันส่วนใหญ่แล้วการแบ่งระดับสายเนื่องจากมีการปรับรูปแบบการสอนการฝึกโดยให้มีการสอบเพื่อวัดผล เริ่มต้นจากลำดับสายสีขาว และเมื่อสอบได้ขั้นต่อไปก็จะได้สายสีต่าง ๆ จนถึงในระดับสายดำ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และเมื่อได้สายดำในระดับหนึ่งแล้วก็จะได้รับอนุญาตให้สามารถทำการเปิดสอนต่อไปได้ นี้อาจจะเป็นเหตุผลทั่วไปหลัก ๆ ที่หลายคนเข้าใจ
แต่สำหรับบูจินกัน นั้นมีความหมายมากกว่านั้น ในบูจินกันบูโดไทจุสสุนั้น มีการสอบอยู่เพียงระดับเดียว คือการขึ้นสายดำระดับ 5 ที่เรียกว่า Sakki Test โดยต้องได้รับการทดสอบจาก Shihan หรือสายดำระดับ 15 ที่ อาจารย์ มาซาฮะกิ เจ้าสำนักลำดับที่ 34 อนุญาตเท่านั้น การขึ้นสายในลำดับอื่นๆ ก็เป็นการให้โดยการพิจารณาจากอาจารย์ผู้ฝึกสอน และสำหรับผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้ทำการเปิดสอนนั้นต้องได้รับการรับรองจากระดับสายที่สูงขึ้นไป
จุดประสงค์หลักของการให้สายของบูจินกันนั้นคือผู้ที่ได้รับสายนั้นต้องสืบทอดวิชา การสอนโดยแนวทางที่ถูกต้องต่อไปได้ ไม่ได้มองเพียงแค่สามารถทำท่าใด ท่าหนึ่งได้ อาจารย์จึงจะพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่างซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถวัดโดยใช้การสอบได้ หนึ่งในนี้ตัวอย่างง่าย ๆ คือ เป็นคนดี ดังนั้นอาจารย์ผู้ฝึกสอนจึงไม่ได้สอนเพียงแค่วิชา แต่จะสอนแนวทางที่ถูกต้อง สอนการปฏิบัติตัว สอนให้ฝึกฝนในสิ่งต่าง ๆ นอกเหนือจากการฝึกเทคนิคเพียงอย่างเดียว เพื่อที่ต่อไปจะสามารถเป็นผู้นำได้ สามารถถ่ายทอดวิชาในแนวทางที่ถูกต้องเหมือนที่เคยได้รับมาได้ และสอนให้คิดเป็นเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ยังคงสามารถถ่ายทอดวิชาให้เป็นปัจจุบันได้
นี้คือประเด็นของข้อความที่ยกตัวอย่างมาทางด้านบน ที่เห็นได้ชัดเจนคือบูจินกันในปัจจุบัน การส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนมีการเปิดสอนไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงบูจินกันไทยแลนด์ด้วยเช่นกัน
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
Training Trip in japan-ความเข้าใจที่ถูกต้อง
ไม่ได้เขียนมาหลายเดือน วันนี้ขอมาเล่าประสบการณ์ต่อสักหน่อย
เริ่มต้นบทความนี้ด้วยการไปฝึกที่ ญี่ปุ่นนั้นไม่สบายอย่างที่คิด สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เหนื่อย ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าการที่ อาจารย์ไปเข้ารับการฝึกนั้นสบาย แต่จากที่ได้ไปปรากฏว่าผิดคาด ตัวอย่างเช่นการเดินทางไปฝึกที่ Kashiwa ถ้าจำไม่ผิดนั่งรถไฟไปใช้เวลาเกือบชั่วโมง แล้วยังต้องเดินต่อเพื่อเข้าไปที่สถานะที่ฝึกอีกเกือบชั่วโมง ดังนั้นความคิดเปลี่ยนทันทีว่า กว่าอาจารย์จะได้รับสายดำระดับสูงขนาดนี้ต้องเดินทางเท่าไหร่ไม่ใช่สบายอย่างที่คิด นี้คือความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างแรก
สิ่งต่อไปที่อยากจะแชร์คือ การฝึกวันแรกที่โรงฝึกใหญ่ (Hombu) เป็น Class ของ อาจารย์ ชิราอิชิ เมื่อเข้าไปอาจารย์ยิ้มและต้อนรับอย่างจริงใจซึ่งเป็นความรู้สึกแรกที่สามารถรับรู้ได้ นี้คือความเข้าใจอย่างที่ถูกต้องอย่างที่สองว่าการวางตัวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจารย์ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ได้วางตัวแบบอาจารย์ดุ ๆ อย่างที่จินตนาการไว้ แต่ก็เป็นที่เคารพของผู้เข้าฝึกทุกคน
เมื่อเริ่ม Class ทำการเคารพคามิดานะตามธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งเหมือนกันทั่วโลกรวมถึงโรงฝึกบูจินกันประเทศไทยด้วย หลังจากนั้นอาจารย์ชิราอิชิเริ่มทำการสอน ท่าแรกที่เห็น การเคลื่อนไหวปกติ ดูง่าย ๆ คิดว่าจำได้ไม่น่ายาก โดยอาจารย์จะเรียกทุกคนเพื่อเข้าไปเป็นคู่ นั้นหมายความว่าเราสามารถเห็นท่านั้นได้หลายครั้งมาก ๆ ยิ่งควรจะทำตามได้ นั้นคือความรู้สึกแรกที่เห็น แต่เมื่อทำการเข้าคู่เพื่อทำการฝึกจริงปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่คิด ก้าวขาไม่ออกสิ่งที่เราเห็นว่าเคลื่อนไหวง่าย ๆ นั้นกลับเป็นสิ่งที่ยากมาก สิ่งที่คิดว่ารู้ ที่เรียนมาแล้วเหมือนจะถูกตั้งค่าใหม่ ว่าที่จริงแล้ว Ego ที่มีอยู่หรือที่คิดว่าทำได้นั้นไม่ใช่เลย นี้คือความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างที่สาม ก่อนจะไปถึงส่วนต่อไปผมขออธิบายเพิ่มเติมกับคำศัพท์ที่จะใช้นั้นคือ "Ukemi" Ukemi คือเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อใช้สำหรับป้องกันการบาดเจ็บต่าง ๆ เช่นการม้วนหน้า ม้วนหลัง การตบเบาะ เป็นต้น นึกภาพง่าย ๆ ครับ ว่าหากถูกคู่ต่อสู้หักแขนสิ่งที่ทำได้อาจจะต้องม้วนหน้า หรือหากถูกทุ่มก็ใช้การตบเบาะเพื่อลดหรือกระจายแรงเพื่อให้ไม่เกิดการบาดเจ็บนั้นเอง
ในส่วนต่อมาเมื่อเห็นท่าต่อไปที่อาจารย์ชิราอิชิสอน โดยอาจารย์ยังคงเรียกทุกคนเพื่อเข้าไปเป็นคู่ ตามปกติก็จะเป็นสายระดับสูงก่อนที่จะเข้าไปเป็นคู่ให้กับอาจารย์ชิราอิชิ สำหรับคราวนี้ผมเริ่มสังเกตเห็นเพิ่มเติมว่าท่าเดียวกันการเคลื่อนไหวซึ่งเหมือนเป็นปกติไม่ได้แตกต่างกันสำหรับทุกคนที่อาจารย์เรียกไปเป็นคู่แต่ทำไมกับสายระดับสูงนั้นดูเหมือนจะ Ukemi ได้ยากมากเห็นลอยอยู่สูงจากพื้นพอสมควรแต่ก็สามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัย เมื่อเทียบกับตนเองแล้วเหมือนกลิ้งมากกว่าใช้การ Ukemi แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างที่สี่และห้า ก็ตามมา หลังจากที่เริ่มซ้อมต่อไป นั้นคือไม่เพียงแต่ความรู้ในการฝึกเท่านั้น ที่ไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวหรือจุดเล็ก ๆ ที่แตกต่างและรับความรู้สึกนั้นที่อาจารย์ถ่ายทอดให้สำหรับสายระดับสูงกับสายระดับเราได้แล้ว แต่รวมไปถึง Ukemi หรือการป้องกันตัวเองจากการบาดเจ็บด้วยที่ยังคงไม่ดีพอ ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะทำได้เหมือนสายดำระดับสูงนั้นเอง แต่จากที่เล่ามา ถือว่าโชคดีที่เริ่มต้น Class แรกที่ประเทศญี่ปุ่นนี้ อาจารย์เอกได้ให้ไปเป็นคู่ด้วยจึงได้รับการสอนเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางจึงสามารถพอจะเริ่มที่จะทำความเข้าใจได้
นี้เป็นเพียงบางส่วนของการเข้ารับการฝึก ที่อยากจะถ่ายทอดว่าจริง ๆ แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การจะเข้าใจได้นั้นเกิดจากการที่เราพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่และพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง หากเราสามารถเห็นคิดได้แบบนี้การไปเข้ารับการฝึกถึงประเทศญี่ปุ่นสำหรับใครหลาย ๆ คนก็จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
เริ่มต้นบทความนี้ด้วยการไปฝึกที่ ญี่ปุ่นนั้นไม่สบายอย่างที่คิด สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เหนื่อย ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าการที่ อาจารย์ไปเข้ารับการฝึกนั้นสบาย แต่จากที่ได้ไปปรากฏว่าผิดคาด ตัวอย่างเช่นการเดินทางไปฝึกที่ Kashiwa ถ้าจำไม่ผิดนั่งรถไฟไปใช้เวลาเกือบชั่วโมง แล้วยังต้องเดินต่อเพื่อเข้าไปที่สถานะที่ฝึกอีกเกือบชั่วโมง ดังนั้นความคิดเปลี่ยนทันทีว่า กว่าอาจารย์จะได้รับสายดำระดับสูงขนาดนี้ต้องเดินทางเท่าไหร่ไม่ใช่สบายอย่างที่คิด นี้คือความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างแรก
สิ่งต่อไปที่อยากจะแชร์คือ การฝึกวันแรกที่โรงฝึกใหญ่ (Hombu) เป็น Class ของ อาจารย์ ชิราอิชิ เมื่อเข้าไปอาจารย์ยิ้มและต้อนรับอย่างจริงใจซึ่งเป็นความรู้สึกแรกที่สามารถรับรู้ได้ นี้คือความเข้าใจอย่างที่ถูกต้องอย่างที่สองว่าการวางตัวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจารย์ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ได้วางตัวแบบอาจารย์ดุ ๆ อย่างที่จินตนาการไว้ แต่ก็เป็นที่เคารพของผู้เข้าฝึกทุกคน
เมื่อเริ่ม Class ทำการเคารพคามิดานะตามธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งเหมือนกันทั่วโลกรวมถึงโรงฝึกบูจินกันประเทศไทยด้วย หลังจากนั้นอาจารย์ชิราอิชิเริ่มทำการสอน ท่าแรกที่เห็น การเคลื่อนไหวปกติ ดูง่าย ๆ คิดว่าจำได้ไม่น่ายาก โดยอาจารย์จะเรียกทุกคนเพื่อเข้าไปเป็นคู่ นั้นหมายความว่าเราสามารถเห็นท่านั้นได้หลายครั้งมาก ๆ ยิ่งควรจะทำตามได้ นั้นคือความรู้สึกแรกที่เห็น แต่เมื่อทำการเข้าคู่เพื่อทำการฝึกจริงปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่คิด ก้าวขาไม่ออกสิ่งที่เราเห็นว่าเคลื่อนไหวง่าย ๆ นั้นกลับเป็นสิ่งที่ยากมาก สิ่งที่คิดว่ารู้ ที่เรียนมาแล้วเหมือนจะถูกตั้งค่าใหม่ ว่าที่จริงแล้ว Ego ที่มีอยู่หรือที่คิดว่าทำได้นั้นไม่ใช่เลย นี้คือความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างที่สาม ก่อนจะไปถึงส่วนต่อไปผมขออธิบายเพิ่มเติมกับคำศัพท์ที่จะใช้นั้นคือ "Ukemi" Ukemi คือเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อใช้สำหรับป้องกันการบาดเจ็บต่าง ๆ เช่นการม้วนหน้า ม้วนหลัง การตบเบาะ เป็นต้น นึกภาพง่าย ๆ ครับ ว่าหากถูกคู่ต่อสู้หักแขนสิ่งที่ทำได้อาจจะต้องม้วนหน้า หรือหากถูกทุ่มก็ใช้การตบเบาะเพื่อลดหรือกระจายแรงเพื่อให้ไม่เกิดการบาดเจ็บนั้นเอง
ในส่วนต่อมาเมื่อเห็นท่าต่อไปที่อาจารย์ชิราอิชิสอน โดยอาจารย์ยังคงเรียกทุกคนเพื่อเข้าไปเป็นคู่ ตามปกติก็จะเป็นสายระดับสูงก่อนที่จะเข้าไปเป็นคู่ให้กับอาจารย์ชิราอิชิ สำหรับคราวนี้ผมเริ่มสังเกตเห็นเพิ่มเติมว่าท่าเดียวกันการเคลื่อนไหวซึ่งเหมือนเป็นปกติไม่ได้แตกต่างกันสำหรับทุกคนที่อาจารย์เรียกไปเป็นคู่แต่ทำไมกับสายระดับสูงนั้นดูเหมือนจะ Ukemi ได้ยากมากเห็นลอยอยู่สูงจากพื้นพอสมควรแต่ก็สามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัย เมื่อเทียบกับตนเองแล้วเหมือนกลิ้งมากกว่าใช้การ Ukemi แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างที่สี่และห้า ก็ตามมา หลังจากที่เริ่มซ้อมต่อไป นั้นคือไม่เพียงแต่ความรู้ในการฝึกเท่านั้น ที่ไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวหรือจุดเล็ก ๆ ที่แตกต่างและรับความรู้สึกนั้นที่อาจารย์ถ่ายทอดให้สำหรับสายระดับสูงกับสายระดับเราได้แล้ว แต่รวมไปถึง Ukemi หรือการป้องกันตัวเองจากการบาดเจ็บด้วยที่ยังคงไม่ดีพอ ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะทำได้เหมือนสายดำระดับสูงนั้นเอง แต่จากที่เล่ามา ถือว่าโชคดีที่เริ่มต้น Class แรกที่ประเทศญี่ปุ่นนี้ อาจารย์เอกได้ให้ไปเป็นคู่ด้วยจึงได้รับการสอนเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางจึงสามารถพอจะเริ่มที่จะทำความเข้าใจได้
นี้เป็นเพียงบางส่วนของการเข้ารับการฝึก ที่อยากจะถ่ายทอดว่าจริง ๆ แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การจะเข้าใจได้นั้นเกิดจากการที่เราพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่และพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง หากเราสามารถเห็นคิดได้แบบนี้การไปเข้ารับการฝึกถึงประเทศญี่ปุ่นสำหรับใครหลาย ๆ คนก็จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557
Training Trip in Japan -Preface
Training Trip in Japan -Preface
สำหรับผมการเดินทางครั้งนี้ เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกซึ่งได้อะไรหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่เริ่มทริปจนจบทริป ฟังดูเหมือนจะ Review การไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 55 อันนี้มีคนไปเที่ยวเขาทำเยอะแล้ว สู้เขาไม่ไหว
เลยนำเสนอแบบฉบับสำหรับ Bujinkan ดูบ้าง
Bujinkan budo taijutsu นั้นเป็นชื่อสำนักที่สอน Ninjutsu ที่มี 9 สายวิชา ทั้งในส่วน Ninjutsu และ การต่อสู้โบราณอื่นๆ ซึ่งลำดับขั้นของผู้ฝึกแบ่งหลัก ๆ เป็นระดับก่อสายดำ และ ระดับสายดำขึ้นไป ซึ่งมีอีก 15 ขั้น โดยหลัก ๆ ก็เริ่มตั้งแต่ขั้น 5 ที่ต้องเข้ารับการสอบที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
และนี้คือสาเหตุที่ต้องเดินทางไปในครั้งนี้
สำหรับรายละเอียดอื่นๆ อยากจะอธิบายเพิ่มเติมแต่ไว้คราวหลัง ตอนนี้หาอ่านเอาได้ที่ www.bujinkan-thailand.com
สำหรับบทความนี้ คงมีหลาย Part เพราะมีสิ่งที่อยากจะเล่าถึงแนวคิดและสิ่งที่ได้ ซึ่งมีค่อนข้างเยอะ แต่สำหรับบทความนี้ ถือเป็นสารบัญไปก่อน เพราะสิ่งที่อยากอธิบายนั้นก็เพื่อ
อยากให้เป็นแรงบันดาลใจ,
จุดมุ่งหมาย,
เป้าหมาย หรืออะไรก็แล้วแต่
สำหรับผู้ฝึกที่ยังฝึกอยู่ , สำหรับผู้ฝึกที่จะต้องเดินทางไป, สำหรับผู้ฝึกที่ควรจะต้องเดินทางไป, สำหรับผู้ฝึกใหม่, และสำหรับผู้ที่คิดว่าอยากฝึกแต่ยังมีข้อแม้อยู่
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556
How to train in bujinkan
เริ่มต้นชื่อเรื่องแบบนี้ เพราะได้มีโอกาสได้อ่านบนความอยู่บทความหนึ่ง ใน Bujinkan Magazine ซึ่งน่าจะหลายปีแล้ว ของ Shidoshi Chris Carbonaro แล้วมีประโยคหนึ่งเขียนไว้ว่า
This art is only for those who seek it out.
This is not commercial art.เป็นประโยคที่ผมคิดว่าน่าจะตอบคำถามได้หลาย ๆ อย่างสำหรับหลาย ๆ คนที่สนใจในบูจินกันและแม้กระทั่งผู้ฝึกที่กำลังฝึกอยู่
ก่อนหน้านี้ประมาณกลางปีผมได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้ารับการฝึก (วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟัง) หลังจาก Trip นั้นผมได้พบอะไรหลาย ๆ อย่างซึ่งทำให้มุมมองจากเดิมที่มีกลับเปลี่ยนไป และทำให้ผมยิ่งเข้าใจประโยคนี้มากขึ้น
การฝึกบูจินกันในโรงฝึกบูจินกันประเทศไทย สิ่งแรก ๆ ที่คุณจะต้องเจอคือการฝึก Junan Taiso, Ukemi, Taisabaki กล่าวง่าย ๆ คือการฝึกการม้วนหน้า ม้วนหลัง และการล้มต่าง ๆ เพื่อใช้ป้องกันการบาดเจ็บ และเรียนรู้พื้นฐานต่าง ๆ เช่นท่ายืน (kamae) และ Kihon happo และ Sanshin no kata รวมถึง Hanka และเทคนิคต่าง ๆ จาก Tenchijin Ryaku No Maki ตั้งแต่ผู้ฝึกทั้งในระดับต้น และผู้ฝึกในระดับสูงขึ้นมาก็ยังฝึกกันอยู่ ยิ่งโดยเฉพาะผู้ฝึกที่อยู่ในระดับก่อนสายดำยิ่งควรรู้และเข้าใจพื้นฐานที่กล่าวมา
เมื่อได้สายดำขั้นที่ 1 แล้ว นั้นหมายถึงคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นเรียนรู้
เมื่อเข้าใจในพื้นฐานที่กล่าวมาแล้ว ในบูจินกันยังมีอีก 9 สายวิชาให้ฝึก ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนไม่เยอะ แต่อย่างน้อยผู้ฝึกหลายคนกว่าจะได้สายดำขั้นที่ 1 ใช้เวลาถึง 5 ปีก็มี และหลังจากที่ผมประสบพบเจอมาหลังจากกลับจากประเทศญี่ีปุ่นนั้นสรุปได้เลยว่าเป็นวิชาที่จะต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต เพราะอาจารย์ที่สอนเราก็ยังคงฝึกอยู่ ซึ่งแน่นอนเราไม่มีทางตามทัน
กล่าวมาถึงจุดนี้ ผมก็สามารถบอกได้ว่า "How to train in bujinkan"(Thailand) แต่แน่นอนคนที่ไม่เคยเข้ารับการฝึกไม่ทราบแน่นอนว่าที่กล่าวมาฝึกอย่างไร และแน่นอนคุณจะรู้ได้ก็เมื่อเข้ารับการฝึกแล้วเท่านั้น และแน่นอนกว่านั้นคุณจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อคุณเข้ารับการฝึกไปสักระยะเป็นระยะเวลานานพอสมควรเท่านั้นเช่นกัน แต่อย่างน้อยสำหรับคนที่คิดจะเริ่มฝึกจะได้ทราบและทำใจพร้อมที่จะเข้าฝึกเพราะ "This art is only for those who seek it out"
อ้าว! ยังเหลืออีกประโยค
คิดดูง่าย ๆ ครับ กว่าอาจารย์จะสามารถทำการเปิดสอนได้ ใช้เวลากี่ปี และปัจจุบันอาจารย์ยังเข้าฝึกอยู่ การฝึกในสมัยเริ่มต้นในประเทศไทยไม่มี มีแต่ที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มต้นที่อาจารย์ ค่าฝึกที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งละ 1000 บาท และเปิดสอนในไทยมาเป็นเวลานับ 10 ปี ซึ่งนับจากเริ่มต้นจนปัจจุบันก็ยังคง Concept เดิมคือ
"โรงฝึกนี้ตั้งใจจะเปิดขึ้นเพื่อผู้สนใจในวิชานินจุสสึที่แท้จริง โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ในด้านธุรกิจ โดยได้รับแรงบรรดาลใจจากอาจารย์มาซึอะกิ ผู้ที่เป็นเจ้าสำนักของบูจินกัน และ อาจารย์ชิราอิชิซึ่งเป็นชิฮันประจำตัวทำให้โรงฝึกนี้ถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อเป็นที่สำหรับผู้ที่สนใจฝึกวิชานินจุสสึ หรือ บูโด ไทจุสสึที่แท้จริง "
แค่นี้สำหรับผมชัดเจนครับสำหรับคำว่า This is not commercial art.
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Bujinkan Thailand กับกิจกรรมสิ้นปี 2556
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรมส่งท้ายปี 2556
สำหรับปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งถึงแม้สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางบ้าง แต่ก็มีสมาชิกเข้ารับการฝึกกันอยู่เยอะพอสมควร โดยกิจกรรมปีนี้เหมือนกับทุก ๆ ปี ซึ่งคือเข้ารับการฝึกและช่วยกันทำความสะอาดโรงฝึก ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ ที่ดี ซึ่งยังคงการปฏิบัติกันมา
ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับโรงฝึกมานานพอสมควร ซึ่งเห็นความแตกต่างและการเติบโตของโรงฝึกตั้งแต่อตีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับปีนี้เป็นอีกปีที่ดี มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลง
- เรามีกลุ่มฝึกเปิดขึ้นใหม่ ทั้งกลุ่มฝึกหลักสี่, กลุ่มฝึกชิดลม และคาบเกี่ยวไปจนถึงปีหน้าที่จะมีกลุ่มฝึกสมุทรปราการและกลุ่มฝึกฉะเชิงเทรา เปิดขึ้นอีก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการฝึก (ข้ออ้างน้อยลงสำหรับการเดินทางหรือวันที่เปิดสอน)
- เรามีการเปิด คอร์สสอนสำหรับเด็กอายุประมาณ 12 ปี เพื่อขยายโอกาสให้กับผู้ที่สนใจ
- เรามีผู้ฝึกได้เดินทางไปฝึกที่ประเทศญี่ปุ่น
- เรามีผู้ฝึกที่ได้รับการเลื่อนสายตามความสามารถและอื่นๆ อีกมากมาย
- เรามีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น จากจำนวนไม่ถึง 10 คน จนปัจจุบันฝึกครั้งหนึ่ง ประมาณ 30-40 คนก็มี
ซึ่งเป็นพัฒนาการเป็นไปในแนวทางที่ดี และยังคงยึดถือแนวทางปฏิบัติในรูปแบบที่เป็นมา ซึ่งเกิดจากการสร้างสมและสั่งสอนที่ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง การสอนซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว แต่รวมถึงแนวทางการปฏิบัติตน ปรัญชา แนวคิดต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในคำว่า "โรงฝึก"
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556
จริงหรือปลอม สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกเรียน
เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนผมได้มีโอกาส เข้าชมงานแสดงศิลปะการต่อสู้ (Embu) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการสาธิต ศิลปะการต่อสู้ชนิดต่าง ๆ โดยผู้สาธิตเป็นนักศิลปะการต่อสู้จากประเทศญี่ปุ่น
สำหรับผมถือว่าเป็นงานที่หาดูยาก หลังจากการสาธิตจบลง ก็ได้ข้อคิดหลาย ๆ อย่างจากงานนี้
อย่างน้อย ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ของจริง เป็นอย่างไร
ซึ่งการที่จะเลือกเรียนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอะไรสักอย่าง อย่างแรกที่ควรพิจารณาคือจุดนี้
หากเริ่มต้นด้วยการเข้าเรียนในโรงฝึกที่ปลอม จะมีข้อเสียตามมาอีกหลายอย่าง ทั้งเสียเงิน เสียเวลา และรวมถึงความปลอดภัย ซึ่งโรงฝึกประเภทนี้มักไม่มีความใส่ใจในผู้ฝึก
ปัจจุบันการเปิดสำนักหรือการตั้งตนเองเป็น Soke มีเกิดขึ้นมากมาย หลายอย่างที่ควรยึดถือ ถูกลืมเลือนไป
- แนวความคิดที่ถูกต้องที่ควรยึดถือ กลับไม่ได้รับการถ่ายทอด
- การอยู่แต่ในความฝัน ของทั้งผู้เปิดสอนและผู้เข้ารับการสอน
- การไม่ใส่ใจของผู้ที่จะเข้ารับการฝึก่ในการตรวจสอบหรือหาข้อมูล
นินจัสสึ ก็เป็นอีกวิชา ที่มีผู้แอบอ้าง ไม่ใช่น้อย
ดังนั้น เป็นหน้าที่สำคัญของผู้ที่จะเข้ารับการฝึกที่จะต้องตรวจสอบให้ดี ผมมีบทความหนึ่ง ซึ่งอาจารย์เอกเป็นผู้เขียนไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา
บทความที่นำมานี้เป็นบทความที่ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ได้อย่างดี หากผู้ที่ต้องการเข้ารับการฝึกศึกษาให้ดี ก็เป็นผลประโยชน์กับตัวผู้ที่จะเข้ารับการฝึกเองอย่างแน่นอน
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556
ข้อคิดจากอาจารย์
ข้อคิดจากอาจารย์
"ปัจจุบันการแสดงความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ทเป็นที่แพร่หลาย
ไม่ว่าตามเวปบอร์ด หรือ social network ซึ่งที่พบเจอมีทั้งผลดีและผลร้ายปะปนกันไป
ผลดีก็อย่างเช่นการทำให้คนได้รับข้อมูลมากขึ้น
การเผยแพร่แนวคิดที่ถูกต้องออกไป แต่ผลร้ายก็มีเช่น การให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง จากคนที่ไม่รู้ หรือฝึกฝนมาเพียงเล็กน้อย
การเผยแพร่แนวคิดที่ถูกต้องออกไป แต่ผลร้ายก็มีเช่น การให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง จากคนที่ไม่รู้ หรือฝึกฝนมาเพียงเล็กน้อย
ในบูจินกันสิบกว่าปีผ่านมาตั้งแต่มีการเริ่มใช้อินเตอร์เน็ท
อาจารย์มะซะอะกิจะบอกให้ระมัดระวัง
การให้ข้อมูล หรือ การตอบคำถาม เพราะการตอบคำถามโดยส่วนมากเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว
ไม่ได้มาจากโรงฝึก ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับแนวทางของโรงฝึก แต่ทำให้ความเข้าใจของคนทั่วไปคลาดเคลื่อนว่าเป็นความเห็นของโรงฝึกได้ ซึ่งคนที่ให้ข้อมูลผิดไปก็มักไม่ได้รับผิดชอบกับข้อมูลของตนเท่าไร
การให้ข้อมูล หรือ การตอบคำถาม เพราะการตอบคำถามโดยส่วนมากเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว
ไม่ได้มาจากโรงฝึก ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับแนวทางของโรงฝึก แต่ทำให้ความเข้าใจของคนทั่วไปคลาดเคลื่อนว่าเป็นความเห็นของโรงฝึกได้ ซึ่งคนที่ให้ข้อมูลผิดไปก็มักไม่ได้รับผิดชอบกับข้อมูลของตนเท่าไร
ดังนั้นหากมีข้อสงสัยในบูจินกันมีคำกล่าวอยู่ว่า สำหรับนักเรียนผู้ฝึกที่มีปัญหาสงสัยให้
“ask
your sensei” หรือ
ถามผู้สอนไม่ใช่ใช้การคาดเดาด้วยตัวเอง
เพราะมีเรื่องอีกมากที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ เช่น
กฏระเบียบหรือข้อห้ามต่าง ๆ
ขอให้สมาชิกทั้งใหม่และเก่าทำความเข้าใจในเรื่องนี้ด้ว"
ป้ายกำกับ:
นินจัสสึ. นินจุสสึ,
นินจา,
บูจินกัน,
ศิลปะการต่อสู้,
Bujinkan
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


